บทสัมภาษณ์ : อาจารย์จุลพร นันทพานิช - เดินหารากเหง้า สถาปัตยกรรมสีเขียว
» โดย สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ - นิตยสาร สารคดี
จุลพร นันทพานิช…เกือบจะเรียนไม่จ บจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และเกือบจะตายด้วยไข้มาลาเร ีย
แต่วันนี้เขาเป็นอาจารย์พิเ ศษของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และได้รับการคัดเลือกให้เป็ นอาจารย์ดีเด่นจากการสอนวิช าประยุกต์สถาปัตยกรรมพื้นถิ ่นให้แก่นักศึกษาระดับปริญญ าตรี
ด้วยกระบวนการสอนและถ่ายทอด ประสบการณ์อย่างคนรู้จริง จนผลงานของนักศึกษาโดดเด่นส ร้างชื่อเสียงให้แก่คณะในระ ดับประเทศ
สารคดี…ชวนคุณผู้อ่านค้นหาค วามหมาย “ลึกๆ” ของความ “เขียว” ในสถาปัตยกรรมแห่งชีวิตของช ายผู้นี้
.
-------------------------- --------
.
Q1 : จริง ๆ แล้วสถาปัตยกรรมมีผลต่อมนุษ ย์อย่างไรบ้าง ?
การออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ มีผลต่อจิตใจของมนุษย์ทั้งส ิ้น
เมื่อมนุษย์เข้าไปอยู่ในสภา พแวดล้อมแบบไหน สภาพแวดล้อมนั้นก็จะส่งผลต่ อความคิดจิตใจของมนุษย์ทันท ี
สถาปัตยกรรมที่ไม่ดีทำให้คน ป่วยได้ แต่การออกแบบที่ดีจะทำให้คน ไม่ป่วย เรียกว่าจิตวิทยาสภาพแวดล้อ ม
แต่สถาปนิกบ้านเรายังไม่ค่อ ยสนใจเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญมาก
ทุกวันนี้ผมคิดว่าเราอยู่ใน สถาปัตยกรรมที่ทำให้คนอ่อนแ อลง
สังเกตเวลาผมพาลูกศิษย์ไปเด ินขึ้นเขา ลูกศิษย์ไม่เคยเดินขึ้นเขาต ามผมทัน ทั้งที่ผมอายุมากกว่าพ่อของ เขาแล้ว
แสดงว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่แข็ง แรง อาจเพราะโตมากับร้านสะดวกซื ้อ กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ผมคิดว่าเราต้องตั้งข้อสังเ กตแล้วว่าอะไรที่ทำให้คนรุ่ นหลังอ่อนแอกว่าคนรุ่นก่อน ผมว่าเชื้อโรคก็ไม่ได้ต่างก ัน แต่คนอ่อนแอลง เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท ำให้อ่อนแอ
ต้องกลับมาดูที่สถาปัตยกรรม
สถาปัตยกรรมเป็นตัวบ่งชี้ว่ าคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไห น มันทำให้คนเป็นอย่างไรก็ได้
.
-------------------------- --------
.
Q2 : แล้วอะไรในสถาปัตยกรรมปัจจุ บันที่ทำให้คนอ่อนแอลง ?
1
“วัสดุ”
เรื่องการใช้วัสดุมาก่อนเลย วัสดุแต่ละชนิดมีผลต่อสุขภา พแตกต่างกัน
ยกตัวอย่างว่าทำไมเราใส่เสื ้อผ้าโพลีเอสเตอร์แล้วเรานอ นไม่สบาย เพราะมันเกิดไฟฟ้าสถิตเหนี่ ยวนำที่ผิวหนัง
แต่ถ้าเราใส่ผ้าฝ้าย เรานอนสบาย
หรือถ้าเราไปนอนบนเตียงที่เ ป็นโพลีเอสเตอร์ มันก็นอนไม่สบาย ไม่ใช่เพราะว่าร้อนนะ แต่เพราะมีไฟฟ้าสถิตเหนี่ยว นำ
เดี๋ยวนี้เขาพบแล้วว่าคนที่ เป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือด ส่วนใหญ่บ้านอยู่ใกล้สายไฟฟ ้าแรงสูงที่ส่งคลื่นแม่เหล็ กไฟฟ้าออกมา
ถ้าบ้านเราอยู่ใกล้สายไฟฟ้า แรงสูง แล้วหลังคาบ้านหรือเสาบ้านใ ช้เหล็กก่อสร้าง เหล็กก็จะเหนี่ยวนำคลื่นแม่ เหล็กไฟฟ้ามาใกล้ตัวเรา
เบาะ ๆ ก็อาจอารมณ์ไม่ดี เข้าไปอยู่แล้วหงุดหงิด ถ้าหนักก็อาจเป็นมะเร็งในเม ็ดเลือด
เพราะระบบที่เล็กที่สุดคือเ ซลล์ในร่างกายเราถูกคลื่นแม ่เหล็กไฟฟ้ารบกวนจนรวนหมด
.
-------------
.
2
“ห้องแอร์ - การระบายอากาศ”
แล้วเราอยู่ในบ้านนอนห้องแอ ร์ทุกวัน วัสดุทุกอย่างในบ้านไม่ว่าจ ะเป็นเคสคอมพิวเตอร์ พลาสติก ไวนิล กระเบื้องยาง มันปล่อยสารเคมีออกมาในอากา ศ
สีที่ใช้ทาบ้านอาจมีโลหะหนั กอย่างแคดเมียมหรือโคบอลต์ส ูง สถาปนิกไทยก็ไม่รู้
ถ้าคนขายสีบอกปลอดภัยก็เชื่ อแล้วแต่ไม่เคยตรวจสอบอย่าง ละเอียด บ้านที่ดีก็ควรเป็นบ้านที่ไ ม่ใช้วัสดุสังเคราะห์
ถ้าบ้านออกแบบการระบายอากาศ ไม่ดี หรืออยู่ในห้องที่อากาศไม่ถ ่ายเทอย่างห้องแอร์ อยู่ไปนาน ๆ ก็กลายเป็นมะเร็งปอดได้
ส่วนบ้านใครรวยปูหินแกรนิต นี่ยิ่งหนัก
เพราะเขาพบว่าหินแกรนิตจะปล ่อยเรดอน (radon – ก๊าซที่มีสารกัมมันตรังสี) ออกมา
ความจริงวัตถุเกือบทุกอย่าง ปล่อยเรดอนมากน้อยต่างกัน แต่หินแกรนิตมีเรดอนสูง ต่างประเทศตื่นตัวเรื่องนี้ มาก ยุโรปเขาห้ามใช้หินแกรนิตมา ตกแต่งบ้านแล้ว
ตัวอย่างที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในดินมีเรดอนสูงมาก จนชาวบ้านกลายเป็นโรคมะเร็ง ปอดสูงติดอันดับของประเทศ
ชาวบ้านสร้างบ้านติดพื้นด้ว ย ทำให้สูดดมเรดอนง่าย ถ้าเป็นสมัยก่อนเราสร้างบ้า นแบบยกพื้น โอกาสเป็นจะน้อยลง เพราะอากาศถ่ายเท
ใครรู้บ้างว่าเครื่องปรับอา กาศของเราล้างแอร์กันครั้งส ุดท้ายเมื่อไร มันมีเชื้อโรคอะไรต่าง ๆ อยู่ในนั้นเต็มไปหมด
เราคิดแต่ว่าเปิดปุ๊บขอให้ม ีไอเย็นออกมา แล้วมีระบบให้อากาศใหม่เข้า มาในห้องหรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มี เพราะมักใช้พฤติกรรมของคนตอ นเปิดปิดประตูเอาอากาศใหม่เ ข้ามาแทน
แต่ถ้าคิดถึงความปลอดภัย...
เราต้องออกแบบให้มีระบบนำอา กาศใหม่เข้ามาไว้ก่อน ปัญหาคือเห็นว่าเป็นเรื่องย ุ่งยาก ก็เลยไม่มีใครทำกัน
ตึกอาคารทุกวันนี้ติดแอร์หม ด คนก็ต้องทำงานอยู่ในสถาปัตย กรรมแบบนี้
เราคิดแต่อยู่ในห้องแอร์ แล้วใช้แอร์แบบประหยัดพลังง านที่สุด มันเป็นระบบปิดแบบตู้เย็นไฮ เทค
แต่ภูมิคุ้มกันของร่างกายมน ุษย์จะเป็นอย่างไร เราไม่ได้คิด มันมีโรคที่เกิดจากการอยู่ใ นอาคารติดแอร์ เรียกว่า SBS หรือ Sick Building Syndrome แล้ว
.
-------------
.
3
“เหงื่อ”
คิดดูว่าทำไมมนุษย์ต้องมีเห งื่อ
เหงื่อคือการระบายความร้อนแ ละขับยูริกออกมาจากร่างกาย ถ้าเราอยู่ในห้องแอร์ ไม่มีเหงื่อ ยูริกจะไปไหน ก็ลงไปที่ตับไต
แล้วของเสียไม่ได้มียูริกอย ่างเดียว มีอีกหลายอย่างที่ร่างกายต้ องการขับออก
สภาพปรกติทุกวันเราจึงต้องม ีเหงื่อซึม ๆ แต่คนกลับไม่ชอบเหงื่อ หนีไปอยู่ในห้องแอร์เพราะรู ้สึกสบาย แต่พิษไปลงที่ตับไต ทำให้อวัยวะ ๒ อย่างนี้ต้องทำงานหนัก
เราจะพบว่าคนเป็นโรคมะเร็งต ับกันมากขึ้น แม้จะไม่ใช่คนที่กินเหล้า
แล้วเรากินอาหารแบบฝรั่งที่ มีแต่ไขมัน เหงื่อก็ไม่ออก นั่งอยู่ทั้งวัน เกิดปรากฏการณ์โรคช็อกโกแลต ซีสต์กลายเป็นโรคประจำตัวขอ งสาวออฟฟิซ
ผมเชื่อว่าร่างกายของเราคือ โฮโมเซเปียนส์ มันออกแบบมาให้อยู่กลางแจ้ง ไม่ได้ออกแบบมาให้นั่งอยู่ใ นออฟฟิซจนค่ำ
มันเลยเกิดอาการป่วยที่ไม่ร ู้สาเหตุเพราะเราบิดเบือนตั วเอง
สถาปนิกบ้านเรามัวแต่ติดกับ การคิดเรื่องรูปทรงปรากฏของ สถาปัตย์ แต่ไม่ได้มองเนื้อหาจริงๆ ว่าสถาปัตย์ทำงานอย่างไร
มันมีทั้งเรื่องของจิตวิทยา และเทคนิค ทำอย่างไรให้คนอยู่แล้วสบาย ที่สุด จะเปิดช่องรับลม หรือรับแสงแดดอย่างไร ไม่ได้คิด
คิดแต่ว่า...ติดแอร์แล้วปรั บอุณหภูมิ ๒๕ องศาเซลเซียส อ้างว่าใช้แอร์ประหยัดไฟนะ
.
-------------------------- --------
.
Q3 : ทำไมสถาปนิกบ้านเราส่วนใหญ่ คิดแต่เรื่องการออกแบบตึกให ้สวยๆ ?
ผมเรียกว่าความเบาปัญญาของค นมีความรู้
สถาปนิกบ้านเราที่คิดฟอร์มเ ก๋ ๆ สวย ๆ ก็ลอกแบบมาจากฝรั่งที สิงคโปร์ที ดูจากคนอื่นมา แต่แก่นสารลึก ๆ ไม่มี
มันเริ่มจากการไม่อยากเป็นต ัวเองก่อน เลยผลิตงานได้แค่นี้ คิดแต่เรื่องฟอร์มอย่างเดีย ว อยากจะเป็นเหมือนสถาปนิกดัง ๆ ในต่างประเทศให้ได้
ก็เลยคิดว่าทำอย่างไรให้ฟอร ์มหวือหวาไว้ก่อน แต่สถาปนิกที่คิดหนทางอื่นก ็มีไม่น้อยนะครับ
ในอังกฤษเดี๋ยวนี้ ใครทำฟอร์มหวือหวา เขาไม่สนใจแล้ว เขาสนใจว่างานออกแบบนี้เว้น ที่ว่างให้กบเขียดมันเดินผ่ าน มีระเบียงให้สัตว์อยู่หรือเ ปล่า
ใครคิดแบบนี้ คนอังกฤษจะทึ่งมาก น่าสนใจกว่า เขาหันไปเน้นเรื่องทางนิเวศ วิทยาและสังคมกันแล้ว ไม่เห็นแก่นสารว่าต้องไปยึด ถือเรื่องฟอร์ม
แต่สถาปนิกไทยบางคนตามไม่ทั น เพราะการเข้าถึงองค์ความรู้ อาจมีอะไรบังตา อาจติดกับมายาคติบางอย่าง
อาจจะตั้งแต่การแต่งตัวใส่ส ูทผูกเนกไท ทั้งที่อากาศบ้านเราร้อนมาก แต่ทำไมชอบใส่สูทสีดำกัน
.
-------------------------- --------
.
Q4 : พอได้เป็นอาจารย์แล้วมีวิธี สอนลูกศิษย์อย่างไร ?
สิ่งที่ผมออกแบบการสอนให้เด ็กมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตอนน ี้ คือสิ่งที่ผมอยากเรียนในสมั ยก่อน
ทุกวันนี้สังคมยอมรับแล้วว่ าไม่ต้องออกแบบคอมเพล็กซ์ก็ ได้ เพราะจบไปจะมีสักกี่คนได้ทำ คอมเพล็กซ์จริง ๆ
วิชาชีพสถาปัตย์ถูกตีความไป กว้างขึ้น งานชุมชน งานเชิงนิเวศวิทยา งานเชิงวัฒนธรรม พอผมจับประเด็นได้ก็รู้ว่าจ ะสอนอย่างไร เพราะผมทำงานจริงมาตลอด
ผมจะพาเด็กไปเดินป่า ไปดอยลังกา แม่โถ แม่เงา พาไปดูบรรยากาศ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก เราจะอธิบายให้เขาฟัง เช่นเวลาเดินไปแล้วเราไปนั่ งพักใต้ร่มไม้
ผมจะอธิบายว่าก่อนหน้านี้ร่ มไม้ไม่ใช่สถาปัตยกรรม แต่พอคุณนั่งใต้ร่มไม้ ร่มไม้กลายเป็นสถาปัตยกรรมท ันที
เพราะมนุษย์กำหนดความหมายให ม่ของพื้นที่ใต้ร่มไม้ พรมแดนระหว่างเด็กกับธรรมชา ติจะเริ่มละลายจากการใช้ชีว ิตกลางแจ้ง เรื่องของภายในกับภายนอกหาย ไป
ผมพยายามอธิบายให้เด็กเข้าใ จ ให้เขาหลุดออกจากการแบ่งแยก ว่าสถาปัตยกรรมต้องทำด้วยปู น ติดกระจก
ธรรมชาติเป็นสถาปัตยกรรม ถ้าเรากำหนดความหมายให้มัน และนี่เป็นสถาปัตยกรรมที่ยั ่งยืน เพราะเราไม่ได้ไปเอาทรัพยาก รที่ใช้แล้วหมดไป
ผมจะให้เด็กลงพื้นที่ ให้มีประสบการณ์จริง ๆ เด็กจะได้เห็นอะไรหลายอย่าง เห็นว่ากะเหรี่ยงอยู่อย่างไ ร และนำกลับมาสร้างงานด้วยตัว เขาเอง
พอผมเริ่มมีชื่อเสียง เคยมีคนถามลูกศิษย์ว่าเรียน กับอาจารย์จุลพรแล้วเคยเดิน ป่ากับอาจารย์หรือเปล่า ถ้าใครไม่ได้เดินดูเหมือนจะ ไม่ผ่านหลักสูตร
ผลจากการที่ผมได้มาสอนมันบั งคับให้เราต้องเรียบเรียงแล ะพัฒนาความคิดให้เป็นระบบ
ได้พบกับความหลากหลายของควา มคิดคนที่จะต้องโต้ตอบกับเร า เด็ก ๑๐ คนก็ ๑๐ แบบ เพราะพื้นฐานแต่ละคนไม่เหมื อนกัน
แต่มาทำอะไรในเรื่องเดียวกั น ก็สนุก มันทำให้เราพัฒนาความคิดเรื ่องนี้ได้เร็วขึ้น
.
-------------------------- --------
.
👉 ฝากทิ้งท้าย
หลายคนอยากอยู่บ้านแบบในแมก กาซีน แต่บ้านแบบนั้นมันไม่มีชีวิ ตจริง ๆ และคุณไม่มีทางอยู่แบบนั้น หนังสือบ้านทำหน้าที่ขายฝัน ให้เราว่าสักวันหนึ่งเราจะม ีบ้านแบบนั้น
ถ้าเราเข้าใจปรัชญาแบบนี้ คนทั้งประเทศต้องกลับมามองต ัวเอง เข้าใจว่าการอยู่แบบธรรมดา ๆ มีความงดงามทั้งสิ้น เรามีของดีของเราเอง แต่มักมองไม่เห็น ต้องรอฝรั่งมาบอก
เราขาดความเข้าใจตัวเอง ไม่มีภูมิเรื่องตัวเองพอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหาร เราใส่แบบฝรั่ง กินแบบฝรั่งก็กลายเป็นมะเร็ ง
ที่อยู่อาศัยก็เหมือนกัน พอตอนนี้ฝรั่งกลับมาสนใจควา มเป็นตะวันออก เราก็ตามเขามา ทั้งที่รากเดิมของเราเป็นอย ู่แล้ว
ทุกวันนี้เราพึ่งตัวเองไม่ไ ด้ไปเรื่อย ๆ และมีคนจำนวนหนึ่งชอบให้เรา พึ่งตัวเองไม่ได้ เพราะเขาจะได้ขายของ
พวกอุตสาหกรรมชอบให้คนไม่ต้ องพึ่งตนเอง เขาจะได้ขายของสำเร็จรูปให้ เรากิน ทำเสื้อผ้าสำเร็จรูป บ้านสำเร็จรูป
ระบบคิดแบบนี้สุดท้ายก็ต้อง บริโภคเกินความจำเป็น ซึ่งมาจากรากคือเราปรับตัวเ องให้เข้ากับธรรมชาติไม่ได้
ผมเชื่อว่าถ้าคนส่วนใหญ่พึ่ งตนเองได้ เราจะพบกับหนทางแห่งความยั่ งยืนจริง ๆ
ทำไมคนส่วนใหญ่ปรับตัวเองให ้เข้ากับธรรมชาติไม่ได้
มันเริ่มจากมายาคติแท้ ๆ แล้วร่างกายเราวิวัฒน์ไปตาม
มายาคติบอกว่าต้องอยู่แบบนี ้ถึงจะมีรสนิยม พอลองอยู่ดู ร่างกายก็เสพความสบายแบบนั้ นตามไปด้วย
พอร่างกายวิวัฒน์ไป จะกลับไปอยู่อย่างไม่ปิดกั้ นธรรมชาติก็กลายเป็นเรื่องล ำบากลำบน แต่ความจริงเราฝึกร่างกายเร าได้
ผมไปที่ไหน เดี๋ยวนี้ทุกคนนอนห้องแอร์ก ันหมดแล้ว หาคนไม่นอนห้องแอร์ยากมาก ไปถามรีสอร์ตทั่วประเทศ อยู่ริมทะเล หนาวจะตาย ยังต้องติดแอร์ ชุมพรหรือเชียงราย เหมือนกันหมด
อาหารก็เป็นการออกแบบให้เหม าะสมกับแต่ละท้องถิ่น แต่เราไม่กินอาหารที่ออกแบบ มาสำหรับท้องถิ่นเรา ไปกินของอีกท้องถิ่นหนึ่ง ก็เกิดปัญหา
เรื่องอาหารเป็นภูมิปัญญาที ่สะสมกันมานาน ทำไมหน้าร้อนต้องกินนี่ ทำไมหน้าหนาวต้องกินนี่ หน้าฝนกินนี่
ธรรมชาติมันออกตามฤดูให้เรา กิน ไม่มีนอกฤดู ถ้าเราเก็บตามฤดูกาลมากินเร าก็สัมพันธ์กับธรรมชาติได้อ ย่างเหมาะสม
แม้แต่เรื่องความสะอาด เราก็ต้องสะอาดแบบฝรั่งที่ส ะอาดจนเกินไป ทำให้เราไม่มีภูมิต้านทาน
ทุนนิยม อุตสาหกรรม ไม่ได้ทำให้เราผาสุกจริงๆ เพราะเขาจะไม่ลดการบริโภค มีแต่หาทางขยายผลผลิต
ถ้าเรากลับมาดูหน่วยเล็กๆ คือตัวเรา วิถีชีวิตเราว่าจะกินอย่างไ ร อยู่อย่างไร อย่างขี่จักรยาน บอกว่าฝนตกขี่ไม่ได้ ผมเอาเสื้อฝนคลุมก็ขี่ได้ ไม่เห็นมีปัญหา เรื่องไม่นอนห้องแอร์ทุกคนก ็ทำได้ ปัญหาคืออยู่ที่จะทำหรือเปล ่าเท่านั้นเอง
สิ่งที่ผมพูดมาจากความเข้าใ จในธรรมชาติจริง ๆ และผมพูดอย่างไร ตัวผมเองก็ทำอย่างนั้น อยู่กลางแจ้ง ใช้แรงงาน ผมเป็นแบบนั้น
และผมพิสูจน์แล้วว่า...มันด ีต่อชีวิต
Credit บทสัมภาษณ์ : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ | นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 337 มีนาคม 2556
.
» โดย สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ - นิตยสาร สารคดี
จุลพร นันทพานิช…เกือบจะเรียนไม่จ
แต่วันนี้เขาเป็นอาจารย์พิเ
และได้รับการคัดเลือกให้เป็
ด้วยกระบวนการสอนและถ่ายทอด
สารคดี…ชวนคุณผู้อ่านค้นหาค
.
--------------------------
.
Q1 : จริง ๆ แล้วสถาปัตยกรรมมีผลต่อมนุษ
การออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ มีผลต่อจิตใจของมนุษย์ทั้งส
เมื่อมนุษย์เข้าไปอยู่ในสภา
สถาปัตยกรรมที่ไม่ดีทำให้คน
แต่สถาปนิกบ้านเรายังไม่ค่อ
ทุกวันนี้ผมคิดว่าเราอยู่ใน
สังเกตเวลาผมพาลูกศิษย์ไปเด
แสดงว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่แข็ง
ผมคิดว่าเราต้องตั้งข้อสังเ
ต้องกลับมาดูที่สถาปัตยกรรม
สถาปัตยกรรมเป็นตัวบ่งชี้ว่
.
--------------------------
.
Q2 : แล้วอะไรในสถาปัตยกรรมปัจจุ
1
“วัสดุ”
เรื่องการใช้วัสดุมาก่อนเลย
ยกตัวอย่างว่าทำไมเราใส่เสื
แต่ถ้าเราใส่ผ้าฝ้าย เรานอนสบาย
หรือถ้าเราไปนอนบนเตียงที่เ
เดี๋ยวนี้เขาพบแล้วว่าคนที่
ถ้าบ้านเราอยู่ใกล้สายไฟฟ้า
เบาะ ๆ ก็อาจอารมณ์ไม่ดี เข้าไปอยู่แล้วหงุดหงิด ถ้าหนักก็อาจเป็นมะเร็งในเม
เพราะระบบที่เล็กที่สุดคือเ
.
-------------
.
2
“ห้องแอร์ - การระบายอากาศ”
แล้วเราอยู่ในบ้านนอนห้องแอ
สีที่ใช้ทาบ้านอาจมีโลหะหนั
ถ้าคนขายสีบอกปลอดภัยก็เชื่
ถ้าบ้านออกแบบการระบายอากาศ
ส่วนบ้านใครรวยปูหินแกรนิต นี่ยิ่งหนัก
เพราะเขาพบว่าหินแกรนิตจะปล
ความจริงวัตถุเกือบทุกอย่าง
ตัวอย่างที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในดินมีเรดอนสูงมาก จนชาวบ้านกลายเป็นโรคมะเร็ง
ชาวบ้านสร้างบ้านติดพื้นด้ว
ใครรู้บ้างว่าเครื่องปรับอา
เราคิดแต่ว่าเปิดปุ๊บขอให้ม
แต่ถ้าคิดถึงความปลอดภัย...
เราต้องออกแบบให้มีระบบนำอา
ตึกอาคารทุกวันนี้ติดแอร์หม
เราคิดแต่อยู่ในห้องแอร์ แล้วใช้แอร์แบบประหยัดพลังง
แต่ภูมิคุ้มกันของร่างกายมน
.
-------------
.
3
“เหงื่อ”
คิดดูว่าทำไมมนุษย์ต้องมีเห
เหงื่อคือการระบายความร้อนแ
แล้วของเสียไม่ได้มียูริกอย
สภาพปรกติทุกวันเราจึงต้องม
เราจะพบว่าคนเป็นโรคมะเร็งต
แล้วเรากินอาหารแบบฝรั่งที่
ผมเชื่อว่าร่างกายของเราคือ
มันเลยเกิดอาการป่วยที่ไม่ร
สถาปนิกบ้านเรามัวแต่ติดกับ
มันมีทั้งเรื่องของจิตวิทยา
คิดแต่ว่า...ติดแอร์แล้วปรั
.
--------------------------
.
Q3 : ทำไมสถาปนิกบ้านเราส่วนใหญ่
ผมเรียกว่าความเบาปัญญาของค
สถาปนิกบ้านเราที่คิดฟอร์มเ
มันเริ่มจากการไม่อยากเป็นต
ก็เลยคิดว่าทำอย่างไรให้ฟอร
ในอังกฤษเดี๋ยวนี้ ใครทำฟอร์มหวือหวา เขาไม่สนใจแล้ว เขาสนใจว่างานออกแบบนี้เว้น
ใครคิดแบบนี้ คนอังกฤษจะทึ่งมาก น่าสนใจกว่า เขาหันไปเน้นเรื่องทางนิเวศ
แต่สถาปนิกไทยบางคนตามไม่ทั
อาจจะตั้งแต่การแต่งตัวใส่ส
.
--------------------------
.
Q4 : พอได้เป็นอาจารย์แล้วมีวิธี
สิ่งที่ผมออกแบบการสอนให้เด
ทุกวันนี้สังคมยอมรับแล้วว่
วิชาชีพสถาปัตย์ถูกตีความไป
ผมจะพาเด็กไปเดินป่า ไปดอยลังกา แม่โถ แม่เงา พาไปดูบรรยากาศ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก เราจะอธิบายให้เขาฟัง เช่นเวลาเดินไปแล้วเราไปนั่
ผมจะอธิบายว่าก่อนหน้านี้ร่
เพราะมนุษย์กำหนดความหมายให
ผมพยายามอธิบายให้เด็กเข้าใ
ธรรมชาติเป็นสถาปัตยกรรม ถ้าเรากำหนดความหมายให้มัน และนี่เป็นสถาปัตยกรรมที่ยั
ผมจะให้เด็กลงพื้นที่ ให้มีประสบการณ์จริง ๆ เด็กจะได้เห็นอะไรหลายอย่าง
พอผมเริ่มมีชื่อเสียง เคยมีคนถามลูกศิษย์ว่าเรียน
ผลจากการที่ผมได้มาสอนมันบั
ได้พบกับความหลากหลายของควา
แต่มาทำอะไรในเรื่องเดียวกั
.
--------------------------
.
👉 ฝากทิ้งท้าย
หลายคนอยากอยู่บ้านแบบในแมก
ถ้าเราเข้าใจปรัชญาแบบนี้ คนทั้งประเทศต้องกลับมามองต
เราขาดความเข้าใจตัวเอง ไม่มีภูมิเรื่องตัวเองพอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหาร เราใส่แบบฝรั่ง กินแบบฝรั่งก็กลายเป็นมะเร็
ที่อยู่อาศัยก็เหมือนกัน พอตอนนี้ฝรั่งกลับมาสนใจควา
ทุกวันนี้เราพึ่งตัวเองไม่ไ
พวกอุตสาหกรรมชอบให้คนไม่ต้
ระบบคิดแบบนี้สุดท้ายก็ต้อง
ผมเชื่อว่าถ้าคนส่วนใหญ่พึ่
ทำไมคนส่วนใหญ่ปรับตัวเองให
มันเริ่มจากมายาคติแท้ ๆ แล้วร่างกายเราวิวัฒน์ไปตาม
มายาคติบอกว่าต้องอยู่แบบนี
พอร่างกายวิวัฒน์ไป จะกลับไปอยู่อย่างไม่ปิดกั้
ผมไปที่ไหน เดี๋ยวนี้ทุกคนนอนห้องแอร์ก
อาหารก็เป็นการออกแบบให้เหม
เรื่องอาหารเป็นภูมิปัญญาที
ธรรมชาติมันออกตามฤดูให้เรา
แม้แต่เรื่องความสะอาด เราก็ต้องสะอาดแบบฝรั่งที่ส
ทุนนิยม อุตสาหกรรม ไม่ได้ทำให้เราผาสุกจริงๆ เพราะเขาจะไม่ลดการบริโภค มีแต่หาทางขยายผลผลิต
ถ้าเรากลับมาดูหน่วยเล็กๆ คือตัวเรา วิถีชีวิตเราว่าจะกินอย่างไ
สิ่งที่ผมพูดมาจากความเข้าใ
และผมพิสูจน์แล้วว่า...มันด
Credit บทสัมภาษณ์ : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ | นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 337 มีนาคม 2556
.